สถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเกลืออีสาน : อุทยานธรณีที่ซ่อนกายและความหมายทางมรดกวัฒนธรรม

Learn / 24 มี.ค. 2020

เรื่อง: ผศ.ดร.อมฤต หมวดทอง
ภาพ: -.-

ซุ้มเกลือ

ทำไม “เกลือ” จึงมาเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม
ก่อนจะนำเข้าสู่ประเด็น “เกลือ” ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับสถาปัตยกรรมอย่างไร ขอย้อนกลับไปยังแนวทางการศึกษาสถาปัตยกรรมที่ผ่านมาจากที่เคยมุ่งศึกษาตัวสถาปัตยกรรมเป็นหลัก แต่ในภายหลังเริ่มขยายวงไปสู่สภาพแวดล้อมโดยรอบ อีกทั้งศึกษาผ่านมุมของสาขาวิชาอื่น เช่น มานุษวิทยา เศรษฐศาสตร์ ที่เห็นชัดเจน ได้แก่ การมองสถาปัตยกรรมผ่านวัฒนธรรม “ข้าว” หรือ “น้ำ” ซึ่งนำมาสู่การอธิบายสถาปัตยกรรมผ่านบริบทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ระบบนิเวศน์ ภูมิทัศน์วัฒนธรรมรวมถึงความเชื่อเกี่ยวเนื่อง ทำให้เกิดความเฉพาะของสถาปัตยกรรมที่คมชัดขึ้นกว่าที่ผ่านมา การกรุยทางของน้ำและข้าวจึงทำให้ “เกลือ”เกิดคำถามเทียบเคียงถึงลักษณะเฉพาะอันพึงเกิดขึ้นที่สร้างคำอธิบายทางสถาปัตยกรรมต่อไป

บ่อเกลือโนนทองหลาง อำเภอบัวใหฐ่ จ.นคราชสีมา

เกลืออยู่ร่วมกับอารยธรรมมนุษย์มายาวนาน Herring, Ann (2010) อธิบายความสำคัญว่าร่างกายมนุษย์จะขาดเกลือไม่ได้  เพราะมีเกลือหรือโซเดียมเป็นส่วนประกอบสำคัญทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลน้ำและเลือดในร่างกายรวมถึงความดันและการไหลเวียนของโลหิต แม้แต่น้ำคร่ำในครรภ์มารดายังมีส่วนผสมหลักเป็นโซเดียม มนุษย์ตามที่ต่าง ๆ ของโลกเรียนรู้การใช้เกลือในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ 1.เกลือหินหรือเกลือสินเธาว์ (rock salt) 2.น้ำบาดาลเค็ม (saline) 3.เกลือทะเลสาบ (lake salt) 4.เกลือสมุทร (sea salt)  แท้จริงแล้วเกลือคือพยานของทะเลโบราณที่มีอายุมากกว่า 100 ล้านปีเกิดขึ้นตามยุคต่าง ๆ ทางธรณีวิทยา สะสมอยู่ในชั้นใต้ดินสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงของแผ่นเปลือกโลก แหล่งเกลือโบราณอายุมากกว่า 400 ปีตามสถานที่ต่าง ๆ ของโลกที่อยู่ร่วมกับชุมชนโบราณ อาทิเช่น อังกฤษ ออสเตรีย สหรัฐอเมริกา โบลิเวีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศไทย โดยมีการออกแบบพื้นที่และก่อสร้างอาคารผลิตเกลือตามแต่ลักษณะทางธรณีวิทยาและสภาพภูมิประเทศของแต่ละแห่ง

เกลือหนองบ่อกฐินช่วงฤดูแล้ง

 เกลืออีสาน: ภาพจำและความรู้ที่ขาดช่วง

เกลืออีสานเป็นส่วนหนึ่งของทะเลโบราณในยุคครีเทเซียสที่ไหลเข้าสู่แผ่นทวีป เมื่อแผ่นดินยกตัวขึ้นทำให้เกิดแอ่งเกลือฝังอยู่ใต้ดิน 2 แอ่งได้แก่ แอ่งสกลนครและแอ่งโคราช พบหลักฐานการผลิตเกลือตั้งแต่ยุคเหล็กหรือ 2,500 ปี ตามทุ่งผีโพนและทุ่งสัมฤทธิ์ในเขตจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งหนองหารสกลนคร และทุ่งกุลาเป็นต้น ด้วยระยะเวลาการผลิตที่ต่อเนื่องยาวนานจนกระทั่งถึงยุคอีสานพัฒนา พ.ศ.2504 ที่ทรัพยากรป่าไม้ลดลงส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาดินเค็มที่แพร่กระจายตามมา นับแต่นั้นมาภาพจำเกี่ยวกับความแห้งแล้งและดินเค็มที่เป็นปัญหากลับเด่นชัดและได้ตัดขาดจากความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ทรัพยากรที่หลากหลายของอีสาน ได้แก่ ป่าดง ป่าบุ่งป่าทามรวมถึงความรู้เรื่องบ่อเกลือและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวเนื่องจากภูมิปัญญาโบราณ

บ่อขาวัวช่วงทำเกลือ
บ่อขาวัวช่วงฤดูน้ำหลากกลายเป็นหนองน้ำ

มองสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมผ่านสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง

“สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment)” คือแนวการศึกษาที่นำศาสตร์ต่าง ๆ มาผสมผสานกันทั้ง มานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์ โบราณคดีและคติชน เพื่อจะอธิบายความหมายสภาพแวดล้อมกับสถาปัตยกรรมแบบสหวิยาการ ในกรณีของสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเกลือเมื่อใช้แนวทางดังกล่าวศึกษาทำให้ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับ ธรณีวิทยา มานุษยวิทยาเพื่ออธิบายลักษณะทางสถาปัตยกรรมว่าเกิดความสัมพันธ์และมีรูปแบบเป็นอย่างไร

บ่อกฐิน

จุดบรรจบของบนดินกับใต้ดิน จากการทบทวนเอกสาร ปกรณ์ (2545) กล่าวว่าในภาคอีสานเกิดลักษณะธรณีวิทยาที่เกลือหินใต้ดินถูกดันตัวเข้าใกล้ผิวดินในระยะไม่ต่ำกว่า 100 เมตรเรียกว่า “โดมเกลือ” (Salt Dome)จากนั้นน้ำบาดาลจะละลายเกลือหิน ให้เอ่อขึ้นมาบนผิวดิน จนแห้งให้เห็นเป็นเกลือปนดินสีขาวในช่วงฤดูแล้ง และยังมีการสะสมในรูปแบบของ “น้ำบาลเค็ม” ตามชั้นหินในระดับตื้น จากสำรวจเฝ้าสังเกต และสัมภาษณ์พบการทำเกลือพื้นบ้านอีสานที่มีอายุมากกว่า 200ปี อยู่ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ แบบน้ำบาดาลเค็ม และแบบขูดดินเค็ม

1.แบบน้ำบาดาลเค็ม พบเพียง 1 แหล่ง คือบ่อหัวแฮด จ.บึงกาฬ โดยเริ่มผลิตในฤดูแล้งหรือประมาณหลังเกี่ยวข้าว รอให้น้ำแก่งหรือน้ำที่ท่วมพื้นที่บ่อเกลือลดลง จนสามารถทำการตักน้ำบาดาลเค็มจากบ่อที่เคยขุดไว้ขึ้นมาต้ม ในอดีตออกแบบโครงสร้างไม้ยกสูงเพื่อตักลำเลียงมายัง “ตูบเกลือ” อาคารโครงไม้เนื้อแข็งมุงหลังคาทรงจั่วด้วยกระเบื้อง โดยนำน้ำบาดาลเค็มมาพักไว้ใน “แอ่ง” ลึกประมาณ 1เมตร ปูทับด้วยพื้น “สะแนน” ทำจากไม้ไผ่สาน การต้มเกลือใช้กระทะเหล็กต้มด้วยความร้อนจากฟืน ถัดจากตูบมีพื้นที่พักผ่อนแยกออกมาสำหรับนอนเฝ้าเรียกว่า “เถียง” โดยทั้งหมดออกแบบโครงสร้างวัสดุให้รับการแช่น้ำและแรงกระแทกต่าง ๆ  ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวชาวบ้านจะหยุดทำเกลือและเริ่มทำต่อไปในช่วงน้ำลดของปีต่อไป

ตูบเกลือ
ตักเกลือจากกระทะ
กระทะเหล็กต้มเกลือ

2.แบบขูดดินเค็ม จากการสำรวจพบว่ามีจำนวนมากที่สุดและกระจายอยู่ทั่วภาคอีสาน โดยเริ่มทำเกลือในฤดูแล้งที่เกลือขึ้นสู่ผิวดิน จากนั้นทำการขูดดินมากรองเอาน้ำเค็มใส่ภาชนะรูปแบบต่าง ๆ ตามแต่ละท้องถิ่นออกแบบเรียกว่า ฮาง (ราง) มีทั้งทำจาก ดินเหนียว ยางรถยนต์ ท่อซีเมนต์ แต่ที่โดดเด่นและมีจำนวนมากคือ ฮางไม้ที่ทำจากท่อนซุง จากนั้นนำมาต้มด้วยกระทะสังกะสีในเพิงที่ออกแบบให้มีลักษณะชั่วคราวด้วยวัสดุหาง่ายตามท้องถิ่น ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาง่ายต่อการเคลื่อนย้ายจัดเก็บในฤดูน้ำหลาก โดยสามารถนำมาใช้ใหม่ในฤดูต่อไป

ซุง ตัวกรองดินเค็มก่อนนำไปต้ม จังหวัดสกลนคร

การผลิตเกลืออีสานทั้งสองรูปแบบมีสิ่งศักดิ์ประจำแหล่งเกลืออีกทั้งมีการประกอบพิธีกรรมด้วยการบวงสรวงหรือไหว้เพื่อเริ่มต้นการผลิต โดยทำพิธีที่ศาลขนาดเล็กมีลักษณะเรียบง่ายหรือเป็นเพียงพุ่มไม้ธรรมดาอยู่ในบริเวณแหล่งเกลือ พิธีดังกล่าวทำสืบทอดกันมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ

พิธีไหว้เจ้าพ่อคำแดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ่อเกลือ

สถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายและล่องหนได้ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
สถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเกลืออีสาน ออกแบบตอบสนองการใช้งานอย่างตรงไปตรงมา หากมองดูรูปแบบกายภาพอย่างผิวเผินจะรับรู้ถึงสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวที่แลดูทรุดโทรม ไม่ได้แสดงความวิจิตรในเชิงช่างการออกแบบ แต่ในอีกด้านหนึ่งที่สำคัญสถาปัตยกรรมดังกล่าวได้แสดงความรู้ความเข้าใจของคนในท้องถิ่นต่อระบบนิเวศน์น้ำหลากน้ำลดตามธรรมชาติที่เกิดจากเหตุผลธรณีวิทยา โดยเลือกที่จะออกแบบให้โครงสร้างและรอยต่อวัสดุมีรูปแบบไม่ถาวร พร้อมต่อการเคลื่อนย้ายเมื่อถึงคราวต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำกิจกรรมจากการผลิตเกลือสู่การทำนา หรือในบางแห่งเปลี่ยนสภาพเป็นหนองน้ำ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเผยให้เห็นความรู้ทางธรณีวิทยาที่อธิบายสภาพพื้นที่นำมาสู่รูปแบบการผลิต แสดงออกคุณลักษณะทางมานุษยวิทยาที่ผู้คนปรับใช้พื้นที่และให้ความหมายความศักดิ์สิทธิ์ ในส่วนสถาปัตยกรรมนั้นเข้าไปเชื่อมต่อกับประเด็นทั้งหมดแสดงให้เห็นความซับซ้อนและภาพรวมที่เกิดขึ้นผ่านภูมิทัศน์ พืชพรรณเฉพาะถิ่นดินเค็มและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของผู้คนต่อการออกแบบตามข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างเรียบง่าย อีกทั้งเคลื่อนย้ายและกลับมาใหม่ตามฤดูกาลผลิต

หูลิงพืชริมน้ำบริเวณบ่อเกลือ
ต้นขี้แฮด

มุมมองใหม่ของสถาปัตยกรรมกับธรณีวิทยา
บทความนี้ต้องการเสนอประเด็นแหล่งเรียนรู้ประเภทมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยาที่แตกต่างในอีกลักษณะหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเกลือหินใต้ดินกับภูมิทัศน์บนดินที่มีอยู่จำนวนมากแต่กลับไม่มีคำอธิบาย อีกทั้งยังรุ่มรวยไปด้วยความเชื่อ พิธีกรรมที่สะท้อนเรื่องราวท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับการทำเกลือพื้นบ้าน โดยปรากฏตัวตนมาเป็นพันปีโดยอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุมชนอีสาน แต่กลับหายสาบสูญเนื่องจากคำนิยามและกรอบมองสถาปัตยกรรมในแบบเก่า อีกทั้งต้องการปลดเปลื้อง “มายาคติเรื่องดินเค็มอีสาน” ที่เห็นแต่ภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงหลังๆ โดยไม่เข้าใจภาพรวมและที่มา ผู้เขียนเห็นว่าสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเกลืออีสานมีศักยภาพสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวทางอุทยานธรณีของยูเนสโก โดยท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถศึกษาขยายผลสร้างเป็นข้อเสนอใหม่ต่อแหล่งมรดกวัฒนธรรมในประเทศไทยต่อไป

ส่วนพักผ่อนในซุ้มเกลือ
ภายในซุ้มเกลือ

 

ข้อมูลอ้างอิง

  • ชาร์ลส ไฮแอมและ รัชนี ทศรัตน์.  (2542) สยามดึกดำบรรพ์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยสุโขทัย.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คจำกัด

  • ธิติ เฮงรัศมีและคณะ.  (2535) การพัฒนารูปแบบสถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยในชนบทอีสานแถบลุ่มน้ำชี. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • บุปผา โตภาคงาม.  (2549) ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.  ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • ปกรณ์ สุวานิช.  (2552) นังสือชุดโลกแห่งธรณีวิทยา ธรณีวิทยาแหล่งแร่โพแทช-เกลือหินของไทย.  กรุงเทพฯ: คำภีร์วรรณ

  • เพียงตา สาตรักษ์.  (2548) ขอบเขตและวิวัฒนาการของเกลือหินใต้ผิวดินในหมวดหินมหาสารคามในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.วารสารวิจัย มข., 10(1), 65-78

  • ศรีศักร  วัลลิโภดม (2546) เกลืออีสาน.  วารสารศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ, 71-123

  • สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา. (2539) น้ำบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ:สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(2561). คู่มือการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกทางธรรมชาติเป็นแหล่งมรดกโลก ISBN  978-974-641-690-0

  • อมฤต หมวดทอง, สุพิชชา โตวิวิชญ์ และอรศิริ ปาณินท์. (2562) สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างพื้นถิ่นในวัฒนธรรมเกลืออีสาน  : ข้อเสนอทางกายภาพด้านวิชาการเกลืออีสาน ,บทความสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่13 : บทความเป็นส่วนหนึ่งในวิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2561

  • Herring,Ann (2010). Tobacco & Salt Museum(English edition). Tokyo: HikariShasin Printing Center,Ltd,

  • Rapoport, Amos(1990). The meaning of the Built environment a nonverbal communication approach. Arizona: The University of Arizona Press.

  • สัมภาษณ์ ผู้ผลิตเกลือพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดย ASACREW
Facebook
Twitter
Pinterest

บทความที่น่าสนใจ

  • Learn

    “Small Steps Forward,” said Arrhov Frick

    เรื่อง: นวันวัจน์ ยุธานหัส Images courtesy of Arrhov Frick Arrhov Frick ก่อตั้งโดย Johan Arrhov และ Henrik Frick ในปี 2010 ที่เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 10 คน บริษัทปฏิเสธงานออกแบบหลายชิ้นที่เข้ามาช่วงเศรษฐกิจขยายตัว เพราะตั้ง…

    โดย ASACREW
  • Learn

    The Jungle Camp

    เรื่อง: กฤษณะพล วัฒนวันยู ภาพ: Multiple sources หากใครที่ได้ติดตามข่าวการอพยพ/ลี้ภัยที่เกิดขึ้นในยุโรปเมื่อช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา คงจะพอคุ้นหูกับชื่อ Calais camp อยู่บ้าง หรือมักเป็นที่รู้จักในอีกชื่อคือ The Jungle ซึ่งเป็นค่ายรองรับผู้อพยพ/ลี้ภัยที่มา…

    โดย ASACREW
  • Learn

    บ้านทางเลือกดินและไม้ไผ่ นวัตกรรมธรรมชาติจากอดีตสู่อนาคต

    ปัจจุบันงานออกแบบก่อสร้างบ้านและอาคารมีการนำวัสดุจากธรรมชาติที่หาง่ายและลดกระบวนการผลิตที่สิ้นเปลืองพลังงานมาใช้ในการก่อสร้างมากขึ้น แนวคิดการสร้างบ้านดินและบ้านไม้ไผ่จึงมีการออกแบบนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ทั้งบ้านที่อยู่อาศัยขนาดเล็กไปจนถึงอาคารข…

    โดย asa