Jouer หนึ่งพิกัดของเครือข่ายความสัมพันธ์แบบ co-creation ไร้พรมแดน

Visit / 19 ก.พ. 2020

เรื่อง: สิริพร ด่านสกุล
ภาพ: SATARANA Team

Soko in Jouer

ในเมืองที่อัดแน่นไปด้วยอาคารและผู้คน มีกลุ่มอาคารในที่ดินผืนเล็กๆ กลางแมกไม้ ทำหน้าที่เป็นโครงการ co-creation เชิงศิลปะ ในนาม Jouer ที่แห่งนี้คอยเติมพลังชีวิตให้คนเมือง เพื่อพักผ่อน ดื่มกาแฟ ซื้อถ้วยชาม เสพงานศิลป์ ตัดผม ทำภาพพิมพ์หรือแม้กระทั่งพบปะสถาปนิก โดยมี Bangkok Tokyo Architecture และกลุ่มครีเอเตอร์ในโครงการแบ่งกันออกแบบแต่ละพื้นที่ และเครือข่าย co-create ที่เกิดขึ้นนี้กว้างใหญ่กว่าที่สายตามองเห็น เพราะ Jouer เป็นเพียงหนึ่งพิกัดของเครือข่ายครีเอเตอร์ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวมานาน โดยมีจุดเริ่มต้นจากร้านตัดผมที่ชื่อว่า BOY

Jouer

BOY กับเครือข่ายครีเอเตอร์
BOY คือร้านตัดผมในญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของเหล่าครีเอเตอร์ มีคุณพ่อของไดซังเป็นผู้ก่อตั้ง และไดซังผู้เป็นช่างภาพที่เดินทางไปทั่วโลก เป็นผู้สานต่อและดูแลสาขาที่ไทย BOY มีแนวคิดการให้บริการที่ผ่อนคลายเหมือนบ้าน มีบรรยากาศอันสันโดษที่ซ่อนตัวอยู่กลางเมือง แต่ในเชิงเทคนิคเป็นการตัดผมเชิงศิลปะและวิชาการ โดยมีระบบทำงานแบบไต่ระดับความเชี่ยวชาญคล้ายกับสถานศึกษา

ด้วยแนวคิดอันรอบด้าน BOY จึงทำกิจกรรมเชิงศิลปะอีกมากมาย พวกเขาเผยแพร่งานตัดผมในวารสาร จัดแสดงการตัดผมในฐานะศิลปะ เปิดบริเวณร้านให้ลูกค้าและมิตรสหายได้แสดงงานและจัดกิจกรรมแขนงอื่นๆ และชักชวนผู้คนที่น่าสนใจมาร่วมงานและทำความรู้จักกันอยู่เรื่อยๆ กิจกรรมของ BOY จึงกระตุ้นเครือข่ายครีเอเตอร์ตลอดมา

จากโตเกียวสู่กรุงเทพ จาก BOY สู่ Jouer
“Rikyu by BOY เป็นหนึ่งในสองสาขาของ BOY ในกรุงเทพฯ เมื่อสัญญาเช่าที่เดิมถูกยุติลงจึงต้องย้ายมาสู่กลุ่มบ้านของลูกค้าประจำคนหนึ่ง แต่ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นมาก Rikyu by BOY และกลุ่มครีเอเตอร์ในเครือข่าย จึงร่วมกันสร้าง Jouer ขึ้นมา” สถาปนิกกล่าวถึงที่มาของ Jouer “เราแบ่งพื้นที่ภายในอาคารเพื่อแบ่งกันดูแล และแชร์พื้นที่ภายนอกอาคารทั้งหมดเป็นพื้นที่ส่วนกลาง โดยมีการบริหารและแชร์ค่าส่วนกลางร่วมกัน”

Jouer จึงประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลางและบ้าน 4 หลัง ที่จัดการพื้นที่แตกต่างกันไป
– บ้านหลังแรก เป็นร้านตัดผม Rikyu by BOY ที่ Bangkok Tokyo Architecture และ BOY ออกแบบร่วมกัน เป็นพื้นที่ด้านหน้าโครงการที่ถูกรีโนเวททั้งหลัง ก่อรูปพื้นที่ขึ้นใหม่จากอัตลักษณ์ของ BOY แบบต่างๆ

Spoonful in Jouer

– บ้านหลังที่สองเป็นร้านเบเกอรี่ Spoonful ควบคุมการปรับปรุงโดยเจ้าของร้าน มีการต่อเติมพื้นที่ชั้นหนึ่งและการตกแต่งที่ยังคงเหลือร่องรอยบ้านเก่าไว้บนชั้นสอง โดยแบ่งชั้นหนึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ และชั้นสองเป็นแกเลอรี่ช็อป ซึ่งมีจังหวะช่องหน้าต่างที่ทำให้รับรู้ธรรมชาติแบบไม่เผชิญสายตากับบ้านหลังอื่น สร้างบรรยากาศบ้านเดี่ยวกลางป่าใหญ่

Witti Studio in Jouer

– บ้านหลังที่สามเป็นครีเอเตอร์เฮาส์ ประกอบด้วย แกเลอรี่ Sōko สำนักงาน Bangkok Tokyo Architecture และสตูดิโอภาพพิมพ์ริโซกราฟี่ (Risography) นาม Witti.studio โดยแตะโครงสร้างเดิมน้อยที่สุด แล้วแต่ละฝ่ายก็ปรับเปลี่ยนพื้นที่ต่างๆ ด้วยกิจกรรม ความหมาย และการรับรู้ที่แตกต่างกันไป

Bangkok Tokyo Architecture in Jouer

-บ้านหลังที่สี่ อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมเพื่อเปิดรับสมาชิกและกิจกรรมใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายในระดับต่อไป

การปรับปรุง Jouer จากพื้นที่ที่เคยเป็นบ้าน ทำให้ BOY ในพื้นที่ใหม่ มีบทบาทเป็นหนึ่งในกลุ่มครีเอเตอร์ในพื้นที่แห่งจิตวิญญาณของครอบครัว และบทบาทในพื้นที่นี้ ก็ทำให้ความเป็นเครือข่ายครีเอเตอร์ตั้งแต่อดีตของ BOY ชัดเจนขึ้นผ่านรูปแบบของสถาปัตยกรรม

แม่เหล็กของโครงการ
Rikyu by BOY แม่เหล็กของโครงการ คือส่วนที่ถูกปรับปรุงพื้นที่มากที่สุด สถาปนิกเดินทางไปญี่ปุ่นหลายครั้ง เพื่อดูงานสาขาของ BOY และประชุมกับครอบครัวเจ้าของกิจการและสไตลิสต์ จนพัฒนาแบบไปสู่งานที่มีอัตลักษณ์ 5 ส่วน ได้แก่

– อัตลักษณ์จาก Rikyu by BOY ร้านเดิม เช่น หน้าต่างหกเหลี่ยม ราวกันตกเดิมที่ไดซังออกแบบ กระจกวงกลมคล้ายหน้าต่างกลมของร้านเดิม และเฟอร์นิเจอร์เดิม
-อัตลักษณ์เดิมของบ้านที่ถูกรีโนเวท เช่น หน้าต่างทรงขยัก โครงใต้หลังคา และพื้นที่ระหว่างอาคารแบบครอบครัว
-อัตลักษณ์แบบ BOY ในญี่ปุ่นเช่น ความผ่อนคลายแบบบ้าน อารมณ์และแสงธรรมชาติ ซุ้มกระจกตัดผมที่ไดซังเป็นผู้ออกแบบ
– อัตลักษณ์จากบริบท บริบทถูกนำมาเพิ่มศักยภาพการมองให้มากที่สุด มีการทดสอบตำแหน่งและมุมมองจากความสูงของผู้มองในการติดตั้งต่างๆ โดยมีไดซังกำกับการทดลอง ทั้งในสถานที่จริงและผ่านวิดีโอคอลล์
-พื้นที่เชื่อมต่ออัตลักษณ์ สวนและพื้นที่ส่วนกลางกรองความเป็นเมืองออกทีละขั้นยามเดินเข้าอาคาร แต่ก็ดึงกลับออกไปสู่โลกภายนอกที่ละขั้นเช่นกัน เมื่อหมุนตัวขณะตัดผมภายในร้าน มองกระจกเงาและกระจกออกไปข้างนอก จะเห็นตนเองทาบทับกับโลกภายนอก และรู้สึกเพิ่มทีละขั้นเมื่อเดินออกจากอาคารผ่านสวนกลับไปสู่เมือง

Rikyu by BOY จึงร้อยเรียงอัตลักษณ์ของ BOY จากอดีตสู่ปัจจุบันไว้ในสภาวะที่ยืดหยุ่น และมีผลต่อทั้งโครงการเป็นอย่างมาก ตัวอาคารเป็นภาพจำของโครงการที่ดึงดูดผู้คนให้เข้าหา สภาวะโล่งเปิดให้เห็นบ้านหลังอื่นในโครงการ เอื้อผู้คนให้อยากเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนกลางและอาคารอื่นๆ จนเกิดการหมุนเวียนในโครงการและการมาเยือนซ้ำๆ

Spoonful in Jouer

ชุดโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดชีวิต (Structure for Life)
“ในเนปาล เมื่อมีหินใหญ่ก้อนนึง จะมีคนไปสร้างบ้านเกาะกับหิน ผนังด้านหนึ่งในบ้านก็เป็นหิน และผู้อยู่อาศัยก็จะสร้างพื้นที่ภายนอกรอบๆหิน หินก้อนนี้จึงเอื้อให้เกิดชีวิต โดยไม่ได้มีคำตอบเดียวในการอยู่ร่วมกับหิน และไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของผุ้คนหรือกิจกรรมรอบๆ หินก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม”สถาปนิกกล่าวถึงแนวคิด structure for life ที่เป็นแนวคิดที่พวกเขาพยายามศึกษาตลอดมา “เราอยากสร้างสภาวะคล้ายหินพวกนี้ มันอาจไม่ใช่สถาปัตยกรรม อาจเป็นลูกค้า หรืออย่างอื่นที่เอื้อให้เกิดอะไรหลายๆอย่าง เราไม่ต้องการออกแบบทั้งหมด แต่จะออกแบบแค่ชุดโครงสร้างความสัมพันธ์บางอย่างที่สร้างผลต่อเนื่องออกไปด้วยปลายทางที่ไม่สิ้นสุด” และในครั้งนี้การออกแบบ Rikyu by BOY ก็เป็นพิกัดหลักที่สร้างผลต่อเนื่องต่อทั้งโครงการและกิจกรรมต่างๆที่ตามมา

Soko in Jouer

พื้นที่เล็กๆ ในสายสัมพันธ์อันกว้างใหญ่
ด้วยพื้นฐานที่ BOY ในญี่ปุ่นคอยกระตุ้นเครือข่ายครีเอเตอร์อยู่เสมอ เมื่อมีสาขาที่กรุงเทพ ก็ยังคงจัดกิจกรรมกับศิลปินข้ามสาขาตลอดเวลา และเมื่อย้ายมาอยู่ที่ Jouer ก็นำเครือข่ายดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับกลุ่มใหม่ๆ

Jouer

สถาปนิก TORAFU เป็นหนึ่งในกลุ่มครีเอเตอร์ที่เป็นลูกค้าประจำของ BOY ตั้งแต่วัยเรียน จนเติบโตมีชื่อเสียง และออกแบบ BOY สาขาฮาราจุกุ BOY ได้แนะนำเขาให้ได้รู้จักกับ Bangkok Tokyo Architecture จนต่อเนื่องไปสู่การร่วมกันออกแบบร้าน Issey Miyake pop-up storeในกรุงเทพ นอกจากนี้ BOY ยังชักชวนศิลปินจากทั่วโลกมาจัดแสดงงานในแกเลอรี่ Sōko ที่บริหารโดย Bangkok Tokyo Architecture ทำให้เกิดการขยายความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนต่อไปเรื่อยๆ

Witti Studio in Jouer

Jouer จึงเป็นโครงการสถาปัตยกรรมขนาดเล็กที่เป็นพิกัดของเครือข่ายอันกว้างขวางหลากมิติจากหลายวงการ “การสร้างสภาวะ co-creation ต้องเกิดจากศักยภาพของพื้นที่ด้วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ กลุ่มคนที่มีทัศนคติคล้ายกัน มีแนวคิดเป็นผู้ให้ และทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแชร์” สถาปนิกกล่าวถึงเครือข่ายครีเอเตอร์ และสถาปนิกเองก็มีบทบาทตั้งแต่เริ่มต้น จากจุดเล็กๆ ในเครือข่ายความสัมพันธ์ แล้วก็ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม co-creation ยกระดับเป็นพาร์ทเนอร์ และเติบโตกลายเป็นผู้สร้างเครือข่ายอีกคนหนึ่งเช่นกัน

Jouer

ที่มา:
การสนทนาระหว่างตัดผม ของผู้เขียนกับสไตลิสต์ของ Rikyu by BOY, 2017-2019
สัมภาษณ์คุณ Wtanya Chanvitan สถาปนิกของ Bangkok Tokyo Architecture, October 2019

โดย ASACREW
Facebook
Twitter
Pinterest

บทความที่น่าสนใจ

  • Visit

    D HOSTEL BANGKOK เปลี่ยนฉากหน้าของตึกแถวให้กลายเป็นงานดรอว์อิ้ง

    D HOSTEL BANGKOK ผลงานของ Klickken Studio เป็นโฮสเทลที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านข้าวสาร อันเป็นที่รู้กันว่าคือเมืองหลวงของเหล่าแบคแพคเกอร์ การออกแบบโฮสเทลแห่งนี้ได้รับโจทย์มาว่าอยากได้อาคารที่หน้าตาของมันดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ซึ่งแถวที่ตั้งของโค…

    โดย asa
  • Visit

    ASA TAKSIN: Common Ground Hadyai การสร้างตลาดแนวใหม่ในคอนเทนเนอร์บรรจุฝัน

    เรื่อง: กิตติ เชาวนะ ภาพ: ทรงพันธุ์ จันทร์ทอง แม้ในปัจจุบันจะพบเห็นการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างสรรค์ใหม่เป็นที่พักอาศัย ห้างร้านต่างๆ มากมาย แต่ภาพตู้คอนเทนเนอร์สีแดงวางซ้อนกัน 4 ชั้น บนถนนนวลแก้ว ถนนตัดใหม่ส่วนขยายตัวของเมืองหาดใหญ่ก็ยังสามารถดึงดูดค…

    โดย ASACREW
  • Visit

    Sher Maker การออกแบบร่วมกัน ไม่ใช่แค่รูปแบบ แต่เป็นกระบวนการ

    Text: อ.ดร.จิรันธนิน กิติกา Photo: Sher Maker เฌอ เมคเกอร์ (Sher Maker) เป็นกลุ่มสถาปนิกที่ทำงานออกแบบบนพื้นฐานของการปฏิบัติงานจริง คุณโอ๊ต ธงชัย จันทร์สมัคร และคุณตุ๋ย พัชรดา อินแปลง สองสถาปนิกผู้ก่อตั้ง เฌอเมคเกอร์ จากประสบการณ์ทำงานก่อสร้างด้วยวัส…

    โดย ASACREW