CAN Co-Create Workshop in Yangon 2019 (Credit: CAN:Community Architects Network)
Co-Creation คืออะไร ทำไมต้องร่วมสร้างสรรค์
ผู้ริเริ่มบุกเบิกแนวคิดของ Co-creation เมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ. 2000 คือ C. K. Prahalad และ Venkat Ramaswamy ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจการตลาดจากมหาวิทยาลัย University of Michigan Business School โดยเผยแพร่แนวคิดในบทความและในหนังสือ The Future of Competition: Co-Creating Unique Value with Customers ที่พวกเขาร่วมแต่งและตีพิมพ์เมื่อปี 2004 ด้วยแนวคิดที่ว่า เมื่อผู้บริโภคในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น ความหมายของคุณค่าและกระบวนการสร้างคุณค่านั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากมุมมองที่มีผลิตภัณฑ์และบริษัทเป็นศูนย์กลาง ไปเป็นการเน้นประสบการณ์ของผู้บริโภคส่วนบุคคล ผู้บริโภคที่ได้รับข้อมูล อำนาจ และมีส่วนร่วม จะสร้างความร่วมมือและรู้สึกผูกพันกับผลิตภัณฑ์หรือบริการมากขึ้น ดังนั้นการสร้างมูลค่าร่วมกันโดยบริษัทและลูกค้า หรือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสร้างประสบการณ์การบริการให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ด้วยรูปแบบของการสร้างปฏิสัมพันธ์ การสนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากร รวมทั้งเรียนรู้พัฒนาร่วมกัน จะมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าที่สูงขึ้นให้แก่ทั้งสองฝ่าย
อีกทั้งยังเชื่อมผู้คนกับธรรมชาติด้วยแพลตฟอร์มของหลังคาที่สามารถเดินขึ้นไปสัมผัสทิวทัศน์ภูเขาโอบล้อมรอบตัวเราได้ นอกจากนี้ยังเชื่อมชุมชนชาวพม่าที่อยู่ด้านล่าง ให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนเดินทางมาได้สะดวกสบายมากขึ้น ภายใต้แนวความคิด หลัก CONNECT TO RECONNECT: PILOK COMMUNITY SPACE
กระบวนการมีส่วนร่วม Pilok Community Spaceกระบวนการมีส่วนร่วม Pilok Community Spaceกระบวนการมีส่วนร่วม Pilok Community Spaceวิเคราะห์พื้นที่ Pilok Community Spaceกิจกรรมกับเด็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับ Pilok Community Space
ทีมออกแบบจึงนำแนวคิดอาคารเขียว หรือ Green building มาเป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบ โดยใช้มาตรฐานตาม LEEDS (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งถือได้ว่า เป็นหนึ่งในเกณฑ์อาคารเขียวที่ได้รับความนิยม โครงการนี้ ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับ Gold โดยแนวคิดในการรักษาสมดุลระหว่างการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างที่มีการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ถึงร้อยละ 30 และการจัดการภายในอาคาร ได้แก่
คืนวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ราชบัณฑิตยสถานด้านศิลปะแห่งสหราชอาณาจักร หรือ Royal Academy of Arts ประกาศอย่างเป็นทางการว่าสถาปนิกไทย ผศ. บุญเสริม เปรมธาดา ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัล Royal Academy Dorfman ในปีนี้ ไม่กี่วันหลังจากนั้นนิตยสารชื่อดังต่างประเทศด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบอย่าง Dezeen พาดหัวข่าวออนไลน์ว่า “บุญเสริม เปรมธาดา คือใคร?” เนื้อหาในบทความดึงกระแสความสนใจของผู้อ่านที่ปกติสนใจงานสถาปัตยกรรมจากยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น มาหยุดอยู่ที่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยผ่านผลงานเพียงห้าชิ้นของเขา
อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถาปัตยกรรมร่วมสมัยของไทยเจิดจรัสในเวทีสากล เมื่อมองย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2553 ไม่ว่าจะเป็นอาคารมหานคร ตึกระฟ้ากลางกรุงเทพฯ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โรงแรมโรสวูด และอาคารพักอาศัยเดอะเม็ท อาคารเหล่านี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังจากต่างประเทศทั้งนั้น อย่างไรก็ตามสถาปนิกไทยหลายท่านก็มีผลงานโดดเด่นและได้รับความสนใจจากสมาคมและสื่อทางสถาปัตยกรรมหลายสำนักในต่างประเทศเช่นกัน อาทิเช่น สุริยะ อัมพันศิริรัตน์ และปฐมา หรุ่นรักวิทย์ ที่ได้รับรางวัล Global Award for Sustainable Architecture จากประเทศฝรั่งเศส ในปีพ.ศ. 2555 และ 2559 ตามลำดับ
TEN House (Photo by Spaceshift Studio)
หรือ ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล ที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ The Asian Everyday: Possibilities in the Shifting World จาก TOTO GALLERY·MA ประเทศญี่ปุ่น ในปีพ.ศ. 2558
อีกหนึ่งตัวอย่างคือผลงานของกลุ่มสถาปนิกชุมชน CASE ที่ก่อตั้งในปีพ.ศ. 2539 โดยปฐมา หรุ่นรักวิทย์ ได้ร่วมมือกับคนในชุมชนปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม โครงการทดลองออกแบบบ้าน TEN บ้านทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยโดยมีพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน และตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของยูนิตที่แตกต่างกัน และรางวัลศิลปาธรที่ปฐมาได้รับจากกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าสถาปนิกไทยยังคงโดดเด่นและสร้างสรรค์ผลงานที่ดึงดูดความสนใจจากประชาคมภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ
ณ วันนี้
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยของไทยไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจจากสถาปนิกชาติตะวันตกเท่านั้นยังแผ่ขยายมาสู่การปฏิบัติวิชาชีพและเป็นสื่อวิชาการในประเทศจีน ตัวอย่างแรกๆ เช่นผลงาน Shared House ที่ปักกิ่ง Commune By The Great Wall ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก สเปซไทม์
Shared House (Photo by Spaceshift Studio)
และงานล่าสุดของสถาปนิกไทยที่ออกแบบโดย Department of ARCHITECTURE โรงแรมตากอากาศ The MIST Hot Spring ในมณฑลเหอหนาน ที่ผสานการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน