Cat Cafe’ Home รีฟอร์มวิถีชีวิต ด้วยสัดส่วนของเพื่อนร่วมชีวิตและจังหวะในการเข้าหากัน

Talk / 18 ก.ค. 2019

เรื่อง : สิริพร ด่านสกุล
สถาปนิก: พร เลาหสุขเกษม Ponna Studio
ภาพถ่าย: พร เลาหสุขเกษม Ponna Studio


MVRDV เคยกล่าวว่า “ในโลกปัจจุบันสัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ร่มมากขึ้น มีการแบ่งปันพื้นที่กับผู้เลี้ยง มีวิถีชีวิตสอดคล้องกับมนุษย์ในชายคาเดียวกัน แต่สัตว์เลี้ยงหลายตัวต้องอยู่ในสถาปัตยกรรมที่มนุษย์เลือกเพื่อมนุษย์” หากการรีฟอร์มบ้านคือการรีฟอร์มวิถีชีวิต บ้าน Cat Cafe’ Home โดยคุณพร เลาหสุข ก็เป็นการรีฟอร์มที่เปลี่ยนวิถีชีวิตที่เคยปรับตามสถาปัตยกรรม…สู่วิถีชีวิตที่ปรับตามแนวคิดของการอยู่ร่วมกันของคนและแมว

Cat Cafe’ Home เป็นบ้านของคุณหมอสามีภรรยาและแมว 3 ตัว เจ้าของบ้านได้ไปสัมผัสคาเฟ่แมวแล้วใฝ่ฝันอยากได้บ้านแบบนั้น การรีฟอร์มจึงเกิดขึ้นในส่วนห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น และพื้นที่หลังบ้าน โดยมีพื้นที่ของคนและแมวสอดคล้องกันไปแบบมีสัดส่วนเฉพาะแบบ

“วิธีคิดเริ่มจาก พฤติกรรมของคนและแมวที่ซ้อนทับกันเป็นสองเลเยอร์” สถาปนิกกล่าว เนื่องจากแมวเองก็มีงานประจำวันของเขา หนึ่งในนั้นคือการเดินสำรวจอาณาบริเวณ (territory) หากอาณาจักรของเขามีสิ่งกีดขวาง แมวจะเกิดความเครียด การออกแบบทางเดินเป็นอาณาจักรแมวที่เคลื่อนไหวได้สามมิติ ในพิกัดและวัสดุที่ลดอุบัติเหตุ จึงเป็นการบรรเทาความเครียดให้แมวไปโดยปริยาย

“เราเริ่มจากห้องนั่งเล่น แบ่งพื้นที่ส่วนที่ใช้ร่วมกันกับส่วนที่แยกกันใช้ วางพิกัดกิจกรรมของคนและแมว แล้วสร้างเส้นทางของแมวเป็นวงจร แต่วงจรในครัวควรถูกกำกับ วงจรของแมวจึงไม่สมบูรณ์ตลอดเวลา” สถาปนิกกำหนดกิจกรรมคนและแมวให้สอดคล้องกันไป ที่ทานอาหารของคนก็จะมีที่รับประทานอาหารของแมว ทางเดินของคนวางคู่ทางเดินของแมว กิจกรรมจะอยู่คู่กันไปในโซนเดียวกัน มีการแยกพื้นที่ตามสัดส่วน และส่วนที่ไม่แยก แม้ไม่ทำกิจกรรมพร้อมกัน แต่ความหมายของพื้นที่สำหรับทุกฝ่ายจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

สำหรับการกำหนดความสูงของเส้นทางแมว สถาปนิกอ้างอิงจากจังหวะที่แมวเข้าหาคนเป็นหลัก “พื้นที่นี้เป็นการอยู่ร่วมกัน ทุกฝ่ายควรได้ผ่อนคลาย การเข้าถึงคนแบบกระโจนจากข้างหลังหรือข้างบนจะทำให้คนตกใจหรือต้องคอยระวัง ซึ่งมันเครียด เราจึงคำนึงการเข้าถึงกันและกันเป็นอย่างมาก” สถาปนิกกำหนดเส้นทางของแมวให้ต่ำกว่าศีรษะคนในแต่ละท่วงท่า ในที่ทานอาหาร ที่นั่งเล่น และจังหวะลงบันได และยกทางเดินแมวให้สูงกว่าศีรษะคนบริเวณทางสัญจรของคน หลักการนี้เป็นการออกแบบพื้นที่แยกกันอยู่ ที่เปิดโอกาสให้ย้ายตำแหน่งมาอยู่รวมกันได้ตลอดเวลาด้วยการเข้าถึงกันที่อีกฝ่ายก็อุ่นใจ

 

อีกสิ่งที่สถาปนิกให้ความสำคัญ คือ สัดส่วนของพื้นที่แมว ทั้งจังหวะกระโดดของบันได ความกว้างที่อยู่สบาย ขนาดของช่องที่อยากซุก ขนาดของรูที่อยากลอด แน่นอนว่าการคำนวนสัดส่วนนั้นเป็นหลักการของมนุษย์ แต่สถาปนิกก็หาวิธีทดสอบสมมติฐานด้วยการ…ให้แมวเป็นผู้ตรวจงาน “เราให้แมวมาตรวจงานระหว่างก่อสร้างหลายครั้ง เราออกแบบโดยคำนวณจากขนาดแมวไว้แล้ว ระหว่างตรวจงาน แมวก็ขึ้นไปเล่นให้เราดู ผลคือ สัดส่วนเป็นที่พอใจของแมว แต่ยังมีบางรูที่แมวไม่ลอด ทีมออกแบบจึงปรับสัดส่วน ให้พอดีตามการมาตรวจงานของแมว”

บ้านหลังนี้ ประยุกต์ แคทวอล์ค แคททรู และ แคทสเต็ป ให้เป็นทางเดินแมวที่หลากหลาย โดยคำนวนสัดส่วนจากขนาดของแมวจนทำให้แมวสามารถยืนแล้วยืดหางจนสุดได้ การกำกับความสูงทำให้เกิดปฎิสัมพันธ์ทางตาโดยปริยาย และเมื่อจังหวะในการเข้าถึงกันถูกออกแบบอย่างอ่อนโยน แมวก็จะลงมาทำกิจกรรมร่วมกับคนอย่างธรรมชาติ

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงสัดส่วนและการเข้าถึงกันและกันแล้วนั้น ห้องหลังบ้าน ยังเป็นพื้นที่อาบแดดอ่อนๆของแมวอีกด้วย ”แมวไม่เคยมีปัญหาเรื่องอากาศในบ้าน แต่แสงและบรรยากาศของภายนอกจะมีผลต่อธรรมชาติแมว แมวบ้านนี้เป็นแมวไทยจึงจำเป็นต้องสัมผัสกับความร้อนและความเย็น เพราะสีขนจะเป็นสีหนึ่งในอุณหภูมิที่เย็น แล้วจะเปลี่ยนเป็นอีกสีหนึ่งเมื่ออุณหภูมิร้อน” สถาปนิกเล่าถึงห้องอาบแดดแมว

Kenya Hara กล่าวไว้ว่า “คนสร้างสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยอ้างอิงจากสัดส่วนมนุษย์ ตั้งแต่เก้าอี้ โต๊ะ ประตู บันได …บ้าน ต่อเนื่องไปจนถึงเมือง และสัตว์เลี้ยงก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่สร้างไว้ตามพื้นฐานของสัดส่วนมนุษย์” แต่ใน Cat Café Home หลังนี้ สถาปนิกพยายามที่จะปรับมิติของสเปสขึ้นใหม่ เพื่อผสานโลกของมนุษย์ กับโลกของแมว ให้อยู่ร่วมกันอย่างอ่อนโยน

ข้อมูลเพิ่มเติมอ้างอิงจาก:
“แนวคิดบ้านสัตว์เลี้ยง”
Nippon Hoso
Architecure for dog

โดย ASACREW
Facebook
Twitter
Pinterest

บทความที่น่าสนใจ

  • Talk

    Boonserm Premthada | Bangkok Project Studio

    เรื่อง: วสวัตติ์ รุจิระภูมิ กล่าวได้ว่า ณ เวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ ผศ.บุญเสริม เปรมธาดา และ Bangkok Project Studio ซึ่งไม่ได้เพียงเป็นที่รู้จักในวงการสถาปัตยกรรมไทยเท่านั้น หากแต่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รางวัล The Royal Academy Doftman Award แล…

    โดย ASACREW
  • Talk

    ศิลปะสร้างสุข ในแบบ ชลิต นาคพะวัน

    ชลิต นาคพะวัน ผู้อำนวยการ Chalit Art Project & Gallery และศิลปินแนวนามธรรมชื่อดัง อารมรณ์ดีที่มีลายเส้นการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้เทคนิคแป้งทัลคัมและยางพาราใน      โทนสีสดใสจนได้ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากแต่ในการสอนศิลปะชลิตกลับไม่ได้ให้ผ…

    โดย asa
  • Talk

    พื้นที่ศิลปะในโลกสาธารณะของ Alex Face

    “ผมรักและผูกพันกับงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ อยากเป็นศิลปินจึงเลือกเรียนศิลปะพอได้มาเจอกับวัฒนธรรมของ กลุ่มวัยรุ่นคือ เพื่อนๆ ที่ชอบเล่นสเก็ตบอร์ด ทําให้รู้จักกับศิลปะกราฟฟิติ้ผ่านหนังสือสเกต็บอร์ด ผมสนใจในลวดลาย กราฟิก ฟ้อนต์ และตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ที่ม…

    โดย asa